จริง ๆ ช่วงนี้มีเรื่องอยากเขียนอยู่หลายเรื่องอยู่เหมือนกัน แต่วันนี้เอาเรื่องของ SE-ED ก่อนละกัน
พูดถึง SE-ED หลายคนคงรู้จักดีว่าเป็นร้านขายหนังสือชั้นนำของประเทศไทย แต่ที่มาของ SE-ED นั้นมีเรื่องที่น่าสนใจมากมายเหมือนกันครับ
ย้อนไปเมื่อ 33 ปีก่อนมีนิสิตชุมนุมวิชาการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลุ่มนึง (ประมาณ 7 คน) หนึ่งในนั้นคือ รศ.ยืน ภู่วรวรรณ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในปัจจุบัน ได้คิดว่าอยากให้คนไทยเก่งขึ้น จึงได้ร่วมกันก่อตั้ง SE-ED ขึ้นโดยชื่อนี้ย่อมาจาก "จะดำเนินธุรกิจการเผยแพร่ความรู้โดยเน้นการพัฒนาความรู้ความสามารถของคนไทยในสาขาที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ โดยจะเน้นด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์และการศึกษา" จากอุดมการณ์เล็ก ๆ ของคนกลุ่มนึงก็เติบโตจนเป็นร้านหนังสือชั้นนำของเมืองไทยในปัจจุบัน
ตลอดระยะเวลา 33 ปีที่ก่อตั้งมา SE-ED มีหลักการธรรมภิบาลที่ดีเยี่ยม ไม่เคยมีข่าวแย่ ๆ เกิดขึ้นแม้แต่ข่าวเดียว ทั้งนี้ก็มาจากอุดมการณ์หลักร่วมกันของผู้ก่อตั้งที่สานต่อมายังปัจจุบัน อ.ยืน บอกผมว่า "อะไรก็ตามที่เป็นเรื่องไม่ดี เค้าและทีมงานจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด"
เมื่อวันที่ี 29 เม.ย. ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นของ SE-ED จึงได้พบสิ่งที่ประหลาดใจหลายอย่าง
อย่างแรก ก็คือเป็นการประชุมที่ยาวนานมาก เริ่มตั้งแต่ 14.00น. จน 19.00 น. ก็ยังไม่เสร็จ(ผมขอกลับออกมาก่อน) ที่ยาวนานอย่างนี้ก็เพราะว่า ท่านประธานได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นทุกคนซักถามได้ทุกเรื่องทุกมุมจนกว่าจะไม่มีผู้ถือหุ้นรายใดมีคำถามอีก เป็นเรื่องที่ดีและน่ายกย่องมากครับ และคำถามผู้ถือหุ้นแต่ละคนก็น่ารักมากเลยครับ ส่วนใหญ่ก็เป็นแนวช่วยเสนอ idea เก๋ ๆ ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเรื่องการบริการ การขาย หรือแม้กระทั่งวิธีการใช้ถุงพลาสติกเพื่อลดโลกร้อน
คำถามนึงจากผู้ถือหุ้นที่ผมฟังแล้วยิ่งทำให้ผมรู้สึกดีกับ SE-ED คือ
---> "มี SE-ED สาขาต่างจังหวัดสาขา...(ผมจำไม่ได้ว่าสาขาไหน) ที่ผม(ผู้ถือหุ้นท่านนั้น)ไปเยี่ยมชมมาแล้วรู้สึกว่ามันร้างมาก เลยคิดว่าน่าจะปิดสาขาไปไหม?
ท่านประธานให้คำตอบที่น่าสนใจครับ
---> "จริง ๆ แล้วสาขานั้นไม่ได้ขาดทุนอะไร แต่แค่พออยู่ได้ ไม่ถึงกับกำไรมากมาย แต่ถ้าคิดในแง่ของบริษัทที่ต้องการให้คนไทยสามารถเข้าถึงความรู้ได้มากขึ้นแล้วนั้น ผมจึงคิดว่าการเปิดสาขานั้นต่อไปก็ไม่ได้มีข้อเสีย"
เป็นการตอบย้ำถึงอุดมการณ์ของ SE-ED ที่มีมาตั้งแต่เปิดบริษัทอย่างดีเลยทีเดียวครับ
เรื่องดี ๆ อีกเรื่องหนึ่งของ SE-ED ก็คือ SE-ED อนุญาตให้ลูกค้าโดยเฉพาะเด็ก ๆ สามารถนั่งอ่านหนังสือในร้านได้โดยพนักงานจะไม่มีการไล่อย่างเด็ดขาด บางสาขาโดยเฉพาะสาขาอ่อนนุช จะเห็นเด็กนั่งพื้นอ่านหนังสือกันเต็มร้าน ซึ่งก็เป็นภาพที่น่ารักไปอีกแบบของร้าน SE-ED (บางครั้งเยอะเกินจนไม่มีที่จะเดินเลยทีเดียว) พนักงานก็ใจดีให้อ่านได้ตามสบายครับ
ขากลับผมขอติดรถ อ.ยืนกลับมาที่ม.เกษตร ก็เลยได้คุยกับอาจารย์อย่างเป็นทางการครั้งแรก ทั้ง ๆ ที่เรียนมา 4 ปีจนจบไปแล้ว ไม่เคยได้คุยกับอาจารย์อย่างจริงจังเลยแม้แต่ครั้งเดียว อาจารย์บอกผมว่าผู้บริหารปัจจุบัน หลายคนเป็นพนักงานใหญ่โตของบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ของประเทศมาก่อน แต่เพราะเบื่อการทำงาน ก็เลยมาอยู่กับ SE-ED ซึ่งแม้ว่าเงินเดือนของผู้บริหารของ SE-ED เมื่อเทียบกับบริษัทที่อยู่ในสายเดียวกันและมีผลกำไรเท่ากันแล้ว SE-ED จะให้เงินเดือนผู้บริหารน้อยกว่าบริษัทอื่น ๆ อยู่เสมอ แต่ผู้บริหารนั้น ๆ ก็รู้สึกสบายใจกว่าที่ได้ทำงานที่นี่
คำว่าโกง ดูเหมือนจะไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของ SE-ED เลยในความคิดของผม
ปัจจุบัน SE-ED ยังคงเดินตามอุดมการณ์ของตนเองที่มุ่งจะช่วยให้คนไทยเก่งขึ้น โดยล่าสุด SE-ED ได้จับมือกับพันธมิตรจัดตั้ง โรงเรียนเพลินพัฒนา ขึ้น ซึ่งเป็นโรงเรียนแนวคิดใหม่ที่มุ่งสอนให้เด็กไทย คิดดี คิดได้ และคิดเป็น
จากที่กล่าวมาทั้งหมดผมจึงขอยกย่อง SE-ED เป็นบริษัทเอกชนบริษัทหนึ่งที่น่ายกย่องของเมืองไทยเลยครับ
พูดถึง SE-ED หลายคนคงรู้จักดีว่าเป็นร้านขายหนังสือชั้นนำของประเทศไทย แต่ที่มาของ SE-ED นั้นมีเรื่องที่น่าสนใจมากมายเหมือนกันครับ
ย้อนไปเมื่อ 33 ปีก่อนมีนิสิตชุมนุมวิชาการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลุ่มนึง (ประมาณ 7 คน) หนึ่งในนั้นคือ รศ.ยืน ภู่วรวรรณ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในปัจจุบัน ได้คิดว่าอยากให้คนไทยเก่งขึ้น จึงได้ร่วมกันก่อตั้ง SE-ED ขึ้นโดยชื่อนี้ย่อมาจาก "จะดำเนินธุรกิจการเผยแพร่ความรู้โดยเน้นการพัฒนาความรู้ความสามารถของคนไทยในสาขาที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ โดยจะเน้นด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์และการศึกษา" จากอุดมการณ์เล็ก ๆ ของคนกลุ่มนึงก็เติบโตจนเป็นร้านหนังสือชั้นนำของเมืองไทยในปัจจุบัน
ตลอดระยะเวลา 33 ปีที่ก่อตั้งมา SE-ED มีหลักการธรรมภิบาลที่ดีเยี่ยม ไม่เคยมีข่าวแย่ ๆ เกิดขึ้นแม้แต่ข่าวเดียว ทั้งนี้ก็มาจากอุดมการณ์หลักร่วมกันของผู้ก่อตั้งที่สานต่อมายังปัจจุบัน อ.ยืน บอกผมว่า "อะไรก็ตามที่เป็นเรื่องไม่ดี เค้าและทีมงานจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด"
เมื่อวันที่ี 29 เม.ย. ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นของ SE-ED จึงได้พบสิ่งที่ประหลาดใจหลายอย่าง
อย่างแรก ก็คือเป็นการประชุมที่ยาวนานมาก เริ่มตั้งแต่ 14.00น. จน 19.00 น. ก็ยังไม่เสร็จ(ผมขอกลับออกมาก่อน) ที่ยาวนานอย่างนี้ก็เพราะว่า ท่านประธานได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นทุกคนซักถามได้ทุกเรื่องทุกมุมจนกว่าจะไม่มีผู้ถือหุ้นรายใดมีคำถามอีก เป็นเรื่องที่ดีและน่ายกย่องมากครับ และคำถามผู้ถือหุ้นแต่ละคนก็น่ารักมากเลยครับ ส่วนใหญ่ก็เป็นแนวช่วยเสนอ idea เก๋ ๆ ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเรื่องการบริการ การขาย หรือแม้กระทั่งวิธีการใช้ถุงพลาสติกเพื่อลดโลกร้อน
คำถามนึงจากผู้ถือหุ้นที่ผมฟังแล้วยิ่งทำให้ผมรู้สึกดีกับ SE-ED คือ
---> "มี SE-ED สาขาต่างจังหวัดสาขา...(ผมจำไม่ได้ว่าสาขาไหน) ที่ผม(ผู้ถือหุ้นท่านนั้น)ไปเยี่ยมชมมาแล้วรู้สึกว่ามันร้างมาก เลยคิดว่าน่าจะปิดสาขาไปไหม?
ท่านประธานให้คำตอบที่น่าสนใจครับ
---> "จริง ๆ แล้วสาขานั้นไม่ได้ขาดทุนอะไร แต่แค่พออยู่ได้ ไม่ถึงกับกำไรมากมาย แต่ถ้าคิดในแง่ของบริษัทที่ต้องการให้คนไทยสามารถเข้าถึงความรู้ได้มากขึ้นแล้วนั้น ผมจึงคิดว่าการเปิดสาขานั้นต่อไปก็ไม่ได้มีข้อเสีย"
เป็นการตอบย้ำถึงอุดมการณ์ของ SE-ED ที่มีมาตั้งแต่เปิดบริษัทอย่างดีเลยทีเดียวครับ
เรื่องดี ๆ อีกเรื่องหนึ่งของ SE-ED ก็คือ SE-ED อนุญาตให้ลูกค้าโดยเฉพาะเด็ก ๆ สามารถนั่งอ่านหนังสือในร้านได้โดยพนักงานจะไม่มีการไล่อย่างเด็ดขาด บางสาขาโดยเฉพาะสาขาอ่อนนุช จะเห็นเด็กนั่งพื้นอ่านหนังสือกันเต็มร้าน ซึ่งก็เป็นภาพที่น่ารักไปอีกแบบของร้าน SE-ED (บางครั้งเยอะเกินจนไม่มีที่จะเดินเลยทีเดียว) พนักงานก็ใจดีให้อ่านได้ตามสบายครับ
ขากลับผมขอติดรถ อ.ยืนกลับมาที่ม.เกษตร ก็เลยได้คุยกับอาจารย์อย่างเป็นทางการครั้งแรก ทั้ง ๆ ที่เรียนมา 4 ปีจนจบไปแล้ว ไม่เคยได้คุยกับอาจารย์อย่างจริงจังเลยแม้แต่ครั้งเดียว อาจารย์บอกผมว่าผู้บริหารปัจจุบัน หลายคนเป็นพนักงานใหญ่โตของบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ของประเทศมาก่อน แต่เพราะเบื่อการทำงาน ก็เลยมาอยู่กับ SE-ED ซึ่งแม้ว่าเงินเดือนของผู้บริหารของ SE-ED เมื่อเทียบกับบริษัทที่อยู่ในสายเดียวกันและมีผลกำไรเท่ากันแล้ว SE-ED จะให้เงินเดือนผู้บริหารน้อยกว่าบริษัทอื่น ๆ อยู่เสมอ แต่ผู้บริหารนั้น ๆ ก็รู้สึกสบายใจกว่าที่ได้ทำงานที่นี่
คำว่าโกง ดูเหมือนจะไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของ SE-ED เลยในความคิดของผม
ปัจจุบัน SE-ED ยังคงเดินตามอุดมการณ์ของตนเองที่มุ่งจะช่วยให้คนไทยเก่งขึ้น โดยล่าสุด SE-ED ได้จับมือกับพันธมิตรจัดตั้ง โรงเรียนเพลินพัฒนา ขึ้น ซึ่งเป็นโรงเรียนแนวคิดใหม่ที่มุ่งสอนให้เด็กไทย คิดดี คิดได้ และคิดเป็น
จากที่กล่าวมาทั้งหมดผมจึงขอยกย่อง SE-ED เป็นบริษัทเอกชนบริษัทหนึ่งที่น่ายกย่องของเมืองไทยเลยครับ