แมลงปอ ต้นหญ้า และความดี
แมลงปอตัวน้อย ใช้เวลาว่างยามเช้าของเขากับความยินดีปรีดาที่ได้บินชมความเป็นไปของผู้คนรอบกายเขา ช่วงจังหวะหนึ่งเขาได้หยุดแวะทักทายซี้เก่าซึ่งรู้จักกันมานาน
"สวัสดีต้นหญ้าสบายดีไหม"
"สบายดี ช่วงนี้มีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมาเยอะแยะ ไม่เหงาดี หลาย ๆ คนก็แวะเข้ามาทักทาย ก็ได้รู้จักคนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ "
"แต่ก็แย่เนอะ เพราะว่าหน้าร้อนใกล้จะหมดลงแล้ว ต่อไปคงไม่ค่อยเจอใครออกมาทักทายกันอย่างเช่นวันนี้"
"ก็จริง พอหน้าฝนทีไรผู้คนต่างจางหายกันไปหมด"
"อย่าว่าแต่พวกเขาเลย เราเองก็ต้องหลบเช่นกันแหละ ใครจะกล้าสู้พลังแห่งพายุได้ล่ะ จริงไหม"
"คงจริงอย่างที่เธอพูดกระมัง ใครจะกล้าสู้พลังแห่งพายุ"
"เจ้าก็เตรียมตัวได้แล้วนะ อีกไม่กี่วันแล้ว"
5 วันผ่านไปแมลงปอได้มาพบกับต้นหญ้าอีกครั้ง
"อ้าวต้นหญ้า เจ้ายังไม่รีบไปจากที่นี่อีกหรอ ข่าวเค้าบอกว่าวันนี้มรสุมจะเข้าแล้วนะ ถ้าเจ้าไม่รีบหาที่กำบัง เจ้าจะแย่เอานา"
"อืม รู้แล้วล่ะ อีกสักพักล่ะกัน เดี๋ยวเราคงจะไปเช่นกันแหละ"
"ไปด้วยกันไหมต้นหญ้า เราว่าเราจะไปหลบที่บ้านคุณต้นไม้สักพัก"
"เธอไปก่อนเลยล่ะกัน เดี๋ยวเราตามไป"
เมฆฝนปกคลุม ท้องฟ้าร่ำร้อง แสงสีจากฟากฟ้ารุกกระโจนสู่พื้นดินอย่างไม่ยั้ง ลมพายุโถมกระหน่ำ ข้าวของสิ่งปลูกสร้างกระจัดกระจาย ไปทั่วสารทิศ ต้นหญ้ายังคงยืนอยู่ที่เดิม แม้ลมจะพัดแรง แม้แผ่นดินจะหวั่นไหว แม้ใครต่อใครจะยอมแพ้ต่อความโหดร้ายครั้งนี้ไปแล้ว ต้นหญ้ายังคงมุ่งมั่นเผชิญหน้าต่อสู้กับความโหดร้ายไม่ท้อถอย
และแล้วฤดูแห่งความโหดร้ายก็ผ่านไป แมลงปอกลับมาพบต้นหญ้าอีกครั้ง
"ต้นหญ้า เจ้าไปหลบพักอยู่แห่งไหนหรอ เรารอเจ้าอยู่ตลอดทั้งฤดู"
"เราไม่ได้ไปไหนหรอก เรายืนอยู่ที่นี่ตั้งแต่เริ่มเข้าฤดูแล้ว"
"อ้าว ทำไมเจ้าไม่หลบล่ะเจ้ารู้ไหม ว่ามันอันตรายแค่ไหนที่เจ้าตัดสินใจอย่างนั้น"
"เราก็รู้อยู่นะ แต่มีคนเคยบอกกับเราว่า เมื่อต้องพบต้องเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้ ขอให้เราอย่าได้หลบหลีกก้าวหนีไปไหน"
"ใครกันช่างสอนเจ้าในทางที่ผิดอย่างนี้ เจ้ารู้ไหมว่าเหตุการณ์อย่างนี้ใคร ๆ เค้าก็ต้องเอาตัวรอดกันทั้งนั้น"
"ความดีไงล่ะ ความดีสอนเราว่าคนเราต้องกล้าที่จะเผชิญกับความจริง ความถูกต้อง และต้องยึดมั่นในคุณธรรม การที่คนเราจะยึดมั่นในความดีนั้น หลาย ๆ ครั้งเราก็ต้องเผชิญกับอุปสรรค ถูกกลั่นแกล้งทุกรูปแบบ และหลาย ๆ ครั้งก็ถูกหาว่าบ้า ถูกทิ้งให้ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวลำพัง จริงอยู่ว่าเราอาจมีเหงาบ้างในหลาย ๆ ครั้ง แต่สิ่งที่คุ้มค่าที่สุดคือการที่เรายืนอยู่ได้โดยที่สามารถเรียกตัวเองได้อย่างเต็มปากว่าเราเป็นคนดี จริงอยู่ว่าในเวลาที่พายุแห่งความชั่วร้ายได้โหมกระหน่ำโจมตีใส่ตัวเรา ทุก ๆ คนที่อยู่รอบตัวเราต่างเอาตัวรอด จริงอยู่ ว่าไม่มีใครได้เห็นว่าเราต่อสู้อย่างลำพัง อย่างโดดเดี่ยวแค่ไหน แต่เมื่อเวลาผ่านพ้นไป เมื่อถึงคราวที่พายุเงียบสงบ ไร้สิ่งรบกวนจากความโหดร้าย ทุก ๆ คนก็จะได้เห็นว่าเรายังคงยืนอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ยืนอยู่ด้วยใจตั้งมั่นแห่งความดี และเราก็จะคงยืนอยู่ ณ ที่แห่งนี้ตลอดไป"
ความดีเป็นสิ่งที่รักษายาก น้อยคนนักที่จะยึดมั่นในสิ่งนี้ได้ แต่อย่างน้อยผมก็ขอให้ทุก ๆ คนได้ลองพยายามตั้งมั่นในสิ่งนี้ กล้าที่จะเผชิญกับความจริง กล้าที่จะยึดมั่นใจสิ่งที่ถูกต้อง อย่าหวั่นไหวนะครับ อย่ายอมแพ้ต่ออำนาจมืดอันชั่วร้ายทั้งจากสิ่งแวดล้อมรอบกายเราและอำนาจมืดภายในจิตใจของตัวเราเอง แล้วเราจะเป็นกำลังใจให้กันและกันครับ
ข้าวสุก อนุรักษ์๒๙
๒ ธันวาคม ๒๕๔๘ ๑๙.๔๘น.
หนูอ่านมาเกือบทุกอันแล้วดีๆทั้งนั้นเลยคะพี่แม็คเขียนเองใช่ไหมค่ะ