
ผ้าเปล่า ๆ ผืนนึงเป็นผ้าธรรมดา ๆ ที่ไม่มีใครสนใจ ล่องลอยไปวัน ๆ
อยู่ ๆ มาวันนึงก็มีคนนำผ้าผืนนี้ไปตกแต่งบ้างก็ทำเป็นแถบสีหลาย ๆ สีเรียงกัน บ้างก็แปะเศษผ้ารูปดาว รูปพระัจันทร์เข้าไป
และแล้วผ้าผืนนี้ก็กลับกลายเป็นมิใช่ผ้าธรรมดา ๆ อีก พวกเขาเหล่านี้ก็ยกย่องผ้าผืนนี้ว่าสิ่งล้ำค่า บ้างก็ประดับไว้หน้าบ้าน บ้างก็ประดับไว้หน้ากองทัพ
ผู้คนหลายคนปีนขึ้นยอดเขาสูงยอมแบกผ้าผืนนี้เป็นสัมภาระเพิ่มเติมทั้ง ๆ ที่กินไม่ได้เพียงเพื่อได้ไปปักไว้บนยอดเขา
บางคนก็ไปถึงดวงจันทร์เสียค่าเดินทางหลายล้านก็เพียงเพื่ิอได้ปักผ้าผืนนี้ที่นั้น
ช่วงสงครามผ้าต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะมีให้เห็นมากเป็นพิเศษ ต่างฝ่ายต่างพยายามรักษาผ้าของตนเอง และฉกชิงผ้าของฝ่ายตรงข้าม เสียเลือดเสียเนื้อกันไปมากมาย สุดท้ายทั้งสองฝ่ายก็เป็นฝ่ายแพ้ แพ้เพราะทั้งสองฝ่ายก็ต้องบอบช้ำ ต้องสูญเสีย ภรรยาหลาย ๆ คนต้องรอเก้อ ลูกหลานหลาย ๆ คนก็ไม่ได้เห็นหน้าพ่อของตนเองอีกเลย
สูญเสียอะไรต่ออะไรไปมากมาย เพียงเพราะต้องการสิ่งที่ธรรมดา ๆ เพียงสิ่งเดียว
จะยึดติดกันไปทำไม หลายสิ่งหลายอย่างในโลกนี้ล้วนเป็นสิ่งสมมุติ ชื่อเสียงความโด่งดัง สิ่งเหล่านี้ต่างเป็นสิ่งสมมุติ ยศถาบรรดาศักดิ์ก็เป็นสิ่งสมมุติ เงินทองความร่ำรวยสิ่งเหล่านี้ยิ่งเป็นสิ่งสมมุติ
สิ่งสมมุตินั้นหาใช่ความสุขที่แท้จริงไม่ คนจนมากมายไม่มีเงินกินของราคาแพงแต่เขามีความสุข คนรวยมากมายมีเงินกินของราคาแพงแต่ไม่มีความสุข
ปล่อยวางกับสิ่งที่เป็นรูปและนามธรรม แล้วค้นหาคุณธรรมและสัจธรรม ในตัวเองกันดีกว่า ความสุขไม่ได้อยู่ที่ไหนไกล มันฝังอยู่ในจิตใจเราเพียงแต่เราไม่เคยเหลียวมองมันเท่านั้นเอง
ข้าวสุก อนุรักษ์'๒๙
9 เม.ย. 49 22:53น.
ล้ำลึกๆ 
...หูๆๆๆๆๆ พี่แม๊กสุดยอดจิงๆๆด้วย ซึ้งอ่ะ