แค่หยุดวิ่งตามคนอื่นเขา
เคยคิดไหม ว่ายามที่เราเด็ก ๆ เราคิดเราไขว่คว้าอยากได้ของเล่นเหมือนคนอื่นๆ เขา ร้องไห้โวยวายแทบตาย คุณแม่ก็ไม่ยอมซื้อให้
พอเข้าโรงเรียน เราก็พยายามต่อสู้กับการเรียนให้ตนเองมีเกรดสูง ๆ หลายคนทำทุกวิถีทางเพียงเพื่อให้คะแนนของตนสูงกว่าคนรอบข้างให้ได้ โดยไม่คิดว่าวิธีที่ตนทำนั้นจะถูกหรือผิด ชั่วหรือดี
อยู่ม.6 เราก็วิ่งเรียนพิเศษสุทฤทธิ์ ที่ไหนที่ว่าดี ๆ ที่ว่าดัง ๆ ไปเรียนหมด จันทร์ถึงอาทิตย์ 8 โมงเช้า ถึง 6 โมงเย็น เพื่อหวังว่ามหาวิทยาลัยที่เราอยู่จะดูดี เป็นที่เชิดหน้าชูตา และคาดหวังว่าเมื่อ เข้ามหาวิทยาลัยได้แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างจะจบ เราจะหยุดเหนื่อย เราจะได้พักเสียที
จริงหรือ เข้ามหาวิทยาลัย ก็ยิ่งต้องวิ่งให้เร็วกว่าผู้อื่น เกียร์ตินิยมอันดับหนึ่ง อันดับสองก็ไขว่คว้ากันเข้าไป ความรู้ดี ๆ บางทีไม่สน ขอให้ข้อสอบตรงเป็นใช้ได้ สุดท้ายก็ไม่เหลือลายซึ่งชื่อว่าบัณฑิต ไม่เป็นไร จบมาทำงานก็ไม่ต้องเรียนหนังสือแล้ว เกรดก็ไม่มีแล้ว คงไม่ต้องแข่ง ไม่ต้องวิ่งอีกแล้ว
แต่พอทำงานเข้าจริง เราก็วิ่งต่อไป เพราะมีคำว่าเงินเดือน คำว่าชื่อเสียง คำว่าอำนาจเป็นมายา ต่อสู้ฟาดฟันเพื่อชิงมายานั้นกลับมาสู่เรา
บางคนสมหวัง บางคนก็ผิดหวัง สมหวังก็ดีใจ ผิดหวังก็เสียใจสุดฤทธิ์
อายุ 30 ปีผ่านไป อายุ 40 ปีผ่านไป อายุ 50 ปี ผ่านไป เรายังคงวิ่ง วิ่ง และยังคงวิ่งต่อไป
แล้วเมื่อใดเล่าที่เราจะหายเหนื่อย ในเมื่อวันเวลาที่ผ่านมา เราไม่เคยได้หยุดกับสิ่งที่เราพอใจเสียที เรายังคงไขว่คว้า และก็ยังคงไขว่คว้ามันต่อไป
เหตุใดเราไม่หยุดหาสิ่งที่เราพอใจ อยู่กับสิ่ง ๆ นั้น และปล่อยให้โลก และคนอื่น ๆ เข้าวิ่งผ่านเราไป มันไม่ได้หมายความว่าเราขี้เกียจหรือไม่ทะเยอทะยานหรอกนะ เพียงแต่เรามีความสุขที่ได้อยู่ ได้เป็นกับสิ่ง ๆ นี้ ผู้คนที่ยังคงวิ่ง ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ฉลาดที่คิดอย่างนั้น เพียงแต่เขาเองก็พอใจในสิ่ง ๆ นั้นที่เขาถืออยู่ ๆ เช่นกัน
ก็แค่หยุดวิ่ง และอยู่ในจุดที่เราพอใจเท่านั้นเอง
ข้าวสุก อนุรักษ์'๒๙
16 เม.ย. 49 17.46 น.
เคยคิดไหม ว่ายามที่เราเด็ก ๆ เราคิดเราไขว่คว้าอยากได้ของเล่นเหมือนคนอื่นๆ เขา ร้องไห้โวยวายแทบตาย คุณแม่ก็ไม่ยอมซื้อให้
พอเข้าโรงเรียน เราก็พยายามต่อสู้กับการเรียนให้ตนเองมีเกรดสูง ๆ หลายคนทำทุกวิถีทางเพียงเพื่อให้คะแนนของตนสูงกว่าคนรอบข้างให้ได้ โดยไม่คิดว่าวิธีที่ตนทำนั้นจะถูกหรือผิด ชั่วหรือดี
อยู่ม.6 เราก็วิ่งเรียนพิเศษสุทฤทธิ์ ที่ไหนที่ว่าดี ๆ ที่ว่าดัง ๆ ไปเรียนหมด จันทร์ถึงอาทิตย์ 8 โมงเช้า ถึง 6 โมงเย็น เพื่อหวังว่ามหาวิทยาลัยที่เราอยู่จะดูดี เป็นที่เชิดหน้าชูตา และคาดหวังว่าเมื่อ เข้ามหาวิทยาลัยได้แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างจะจบ เราจะหยุดเหนื่อย เราจะได้พักเสียที
จริงหรือ เข้ามหาวิทยาลัย ก็ยิ่งต้องวิ่งให้เร็วกว่าผู้อื่น เกียร์ตินิยมอันดับหนึ่ง อันดับสองก็ไขว่คว้ากันเข้าไป ความรู้ดี ๆ บางทีไม่สน ขอให้ข้อสอบตรงเป็นใช้ได้ สุดท้ายก็ไม่เหลือลายซึ่งชื่อว่าบัณฑิต ไม่เป็นไร จบมาทำงานก็ไม่ต้องเรียนหนังสือแล้ว เกรดก็ไม่มีแล้ว คงไม่ต้องแข่ง ไม่ต้องวิ่งอีกแล้ว
แต่พอทำงานเข้าจริง เราก็วิ่งต่อไป เพราะมีคำว่าเงินเดือน คำว่าชื่อเสียง คำว่าอำนาจเป็นมายา ต่อสู้ฟาดฟันเพื่อชิงมายานั้นกลับมาสู่เรา
บางคนสมหวัง บางคนก็ผิดหวัง สมหวังก็ดีใจ ผิดหวังก็เสียใจสุดฤทธิ์
อายุ 30 ปีผ่านไป อายุ 40 ปีผ่านไป อายุ 50 ปี ผ่านไป เรายังคงวิ่ง วิ่ง และยังคงวิ่งต่อไป
แล้วเมื่อใดเล่าที่เราจะหายเหนื่อย ในเมื่อวันเวลาที่ผ่านมา เราไม่เคยได้หยุดกับสิ่งที่เราพอใจเสียที เรายังคงไขว่คว้า และก็ยังคงไขว่คว้ามันต่อไป
เหตุใดเราไม่หยุดหาสิ่งที่เราพอใจ อยู่กับสิ่ง ๆ นั้น และปล่อยให้โลก และคนอื่น ๆ เข้าวิ่งผ่านเราไป มันไม่ได้หมายความว่าเราขี้เกียจหรือไม่ทะเยอทะยานหรอกนะ เพียงแต่เรามีความสุขที่ได้อยู่ ได้เป็นกับสิ่ง ๆ นี้ ผู้คนที่ยังคงวิ่ง ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ฉลาดที่คิดอย่างนั้น เพียงแต่เขาเองก็พอใจในสิ่ง ๆ นั้นที่เขาถืออยู่ ๆ เช่นกัน
ก็แค่หยุดวิ่ง และอยู่ในจุดที่เราพอใจเท่านั้นเอง
ข้าวสุก อนุรักษ์'๒๙
16 เม.ย. 49 17.46 น.