2008/May/30

เราช่วยกันเอาต้นรักที่เพาะได้ ปลูกไปตามบ้านที่ต้องการ

ท่อนหนึ่งในบทเพลง "เพาะรัก" ที่ได้สะท้อนแนวคิดของกลุ่มนักศึกษาอาสาสมัครเพื่อสังคมได้อย่างชัดเจน

ผมเองนับว่าโชคดีที่ได้รู้จักคนมากมาย และก็มีคนสองคนที่นำผมมาให้รู้จักกับกลุ่มนี้กลุ่มประสานงานนักศึกษาอาสาสมัครเพื่อสังคม หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า "เพาะรัก"

เพาะรัก สร้างแนวคิดง่าย ๆ ที่ใครหลายคนมองข้าม ในขณะที่นักศึกษาและคนหลายกลุ่มมุ่งที่จะช่วยเหลือสังคมด้วยวิธีการสร้างสิ่งปลูกสร้างใหม่ ๆ มอบเทคโนโลยีอันทันสมัยให้กับชุมชน หรือการนำสิ่งของต่าง ๆ ไปแจกจ่ายให้กับผู้ด้อยโอกาส

เพาะรักกลับมองในมุมตรงข้าม เพาะรักมองว่าการที่นำสิ่งปลูกสร้างใหม่ ๆ เข้าไปในชุมชน อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงวิธีชีวิตของชุมชนเหล่านั้น เด็กน้อยที่อาจเคยเล่นกันตามสนามหญ้าก็อาจเปลี่ยนแปลงมาเล่นกันในห้องสี่เหลี่ยมที่สร้างใหม่ การนำลูกฟุตบอลไปแจกก็อาจเปลี่ยนวิถีชีวิตจากเด็กที่เคยทำของเล่นพื้นบ้านเล่นกันเอง เป็นเล่นลูกฟุตบอลลูกใหม่ที่ได้รับมา การนำขนมต่าง ๆ ไปแจกก็อาจทำให้เด็กรู้สึกชินกับการเป็นผู้รับมากกว่าการเป็นผู้ให้
ซึ่งจริง ๆ แล้วเพาะรักก็ไม่ได้รังเกียจการเปลี่ยนแปลงนะ เพาะรักไม่ได้มองว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องเลวร้าย เพียงแต่เพาะรักมุ่งประเด็นความสนใจในกิจกรรมที่ทำเพื่อสังคมในสิ่งที่ง่ายที่สุด ที่ใช้เงินน้อยที่สุด แต่อาจจะทำได้ยากที่สุดสำหรับคนบางคน นั้นก็คือ "การให้ความเข้าใจ"

วิธีการทำงาน หรือจัดกิจกรรมของเพาะรักจึงมุ่งเข้าไปที่ชุมชน สอบถามถึงปัญหาและจัดกิจกรรมตามความต้องการของชุมชนนั้น ๆ ที่สำคัญกิจกรรมนั้นจะต้องเป็นกิจกรรมที่มุ่งใช้ "จิตวิญญาณ" จากอาสาสมัครมากกว่าการใช้เงิน

ผมได้ร่วมช่วยงานของเพาะรักอยู่หลายงาน แต่งานล่าสุดดูเหมือนจะมีแง่มุมบางสิ่งบางอย่างสะท้อนกลับมาสู่ตัวของผมเอง


มูลนิธิเพื่อพัฒนาเด็กซึ่งตั้งอยู่ในชุมชนแออัดแห่งหนึ่งในใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร
เป็นสถานที่ที่ก้าวแรกที่ผมเดือนเข้าไปก็เกิดคำถามในจิตใจแล้วว่าท่ามกลางบรรยากาศรอบด้านที่เต็มไปด้วยกลิ่นไอของความทันสมัยของเมืองหลวง ยังมีชุมชนเล็ก ๆ แต่แออัดตั้งอยู่ใจกลางเมือง

สมาชิกในครอบครัวของชุมชนแห่งนี้ส่วนมากมีปัญหา พ่อแม่หย่าร้างกัน พ่อแม่ค้ายาเสพติด พ่อแม่ติดคุก พ่อแม่ไม่เอาใจใส่ลูก และอื่น ๆ อีกมากมาย
ส่งผลถึงเด็กน้อยของชุมชนแห่งนี้ที่ต้องเติบโตมาในสังคมที่เอ่อล้นด้วยปัญหาเช่นนั้น แล้วเราล่ะจะทำอะไรได้

คำตอบก็คือ เราก็ทำอะไรไม่ได้หรอก
แต่เราก็พยายามทำในทุกสิ่งที่เราพอจะทำได้ เราเข้าไปจัดกิจกรรมร่วมกับเด็ก ๆ ในชุมชนนั้น กิจกรรมง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการสอนน้องสร้างผลงานศิลปะ สอนน้องเล่นดนตรี สอนน้องอ่านเขียนภาษาไทย แล้วก็ไปร้องรำ เต้น เล่นเกมส์สนุกสนานมากมายกับเด็ก ๆ

การทำงานศิลปะ ได้ทำให้เด็ก ๆ ได้มุ่งมั่นและมีสมาธิในการสร้างสรรค์ผลงานของตนเอง เด็กหลาย ๆ คนได้สะท้อนความรู้สึกลึก ๆ ในใจของเขาที่เขามี และเขาเองก็ภูมิใจในผลงานศิลปะที่เขาได้สร้างสรรค์ด้วยตัวของเขาเอง
การสอนดนตรี บางครั้งมันดูยากไปเสียหน่อย ตรงที่เด็กน้อยตัวเล็ก ๆ คนจะจับคอร์ด C ของกีตาร์ลำบาก จนไป ๆ มา ๆ กลายเป็นพี่ ๆ ร้องเพลงให้เขาฟังมากกว่า แต่เขาก็ได้เพลิดเพลินไปกับการฟังเสียงเพลงเหล่านั้น
การสอนภาษาไทย ได้สะท้อนให้เห็นถึงความน่าเศร้าบางอย่าง น้องบางคนแม้จะอยู่ป.5 หรือ ป.6 แล้ว แต่ก็ยังอ่านภาษาไทยง่าย ๆ ไม่ได้

หลายสิ่งหลายอย่างที่สะท้อนกลับมานั้น บางครั้งก็อาจจะดูเศร้าไปบ้าง แต่เราก็พยายามจะให้น้อง ๆ ได้มีช่วงเวลาแห่งความสุข แม้เป็นวันเวลาเพียงครึ่งวันต่อสัปดาห์ มันก็เป็นเวลาที่มีคุณค่า ที่น้อง ๆ จะได้มีเพื่อนคุย เพื่อนสอน เพื่อนเล่น ได้เรียนรู้ในสิ่งดี ๆ ที่เราได้พยายามมอบให้ ที่สำคัญคือน้อง ๆ ได้มีเพื่อนที่ให้เวลากับเค้าอย่างจริงจัง

บางครั้งเราพยายามจะช่วยเหลือสังคมด้วยกันสร้างสิ่งก่อสร้างนู้นสร้างสิ่งก่อสร้างนี่ แจกของอย่างนู้นแจกของอย่างนี้ แต่คุณทราบไหมว่า จริง ๆ แล้ว เด็ก ๆ เค้าแค่ต้องการคนที่เค้าจะบอกได้ว่า "พี่ พี่เล่นกับหนูนะ" แค่นั้น

ความสุขเกิดขึ้นได้ด้วยความรัก

ข้าวสุก อนุรักษ์'๒๙

ปล. ใครสนใจร่วมเพาะรักกับผม ติดต่อได้นะครับที่ www.porhrak.com หรือ http://porhrak.multiply.com หรือ email มาหาผมก็ได้ครับที่ me[at]mckazine.com มาร่วมกันเพาะความรักคืนสู่สังคมกันนะครับ







ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
น่ายกย่องคุณจิงๆ ที่มีความคิดที่จะทำความดีเพื่อกับคนที่ด้อยโอกาสกว่า ขอใช้คำว่าเพราะรักถึงมาคอมเม้นท์ให้นะ รักในความดีของคุณ
#1  by  ส้ม (58.9.198.75) At 2008-05-31 08:43, 

<< Home