ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยขึ้นเครื่องบินไปต่างประเทศกับเขาเสียที ก็มีครั้งนี้แหละครับเป็นครั้งแรก ก็เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นเพราะว่า ไปคนเดียว ไม่มีใครไปด้วย ก็มั่ว ๆ กันไป
หลังจากโหลดกระเป๋าผ่านตม.ไทยเข้ามาก็ต้องไปประตู D1 เข้าไปเลี้ยวขวาทันทีปรากฎว่าเลี้ยวผิดครับ ประตู D1 มันอยู่ทางซ้ายเดินเข้ามาดูป้ายบ้างได้ไหมจะได้ไม่ต้องเดินไปกลับหลายรอบ เลยเดินย้อนกลับมานั่งรออยู่ที่ D1 นั่งรออยู่นานประตูก็ยังไม่เปิด จนเริ่มสะกิดใจหยิบตั๋วมาดู เอ้ามันต้องไปประตู D2 นี่นา เฮ้อยังไม่ออกจากสุวรรณภูมิเลยนะเนี่ย จะถึงไหมเนี่ยญีปุ่นเนี่ย
พอขึ้นเครื่องบิน (United Airline) คราวนี้ก็ถึงเวลาต้องใช้ภาษาอังกฤษเต็มตัวแล้วครับ โอ้ว...จอร์จ เนื้อเรื่องดำเนินต่อไปอย่างไม่มีปัญหาจนกระทั่งพนักงานมาเสิร์ฟอาหารเนี่ยแหละ เค้าค่อย ๆ ไล่เสริฟมาจากข้างหน้า ก็พยายามจะแอบฟังว่าเค้าพูดว่าอะไร แต่ก็ฟังไม่ออก โอ้วภาษาเราแย่ขนาดนั้นเลยหรือเนี่ย อย่างพึ่ง ๆ ขอฟังให้รู้เรื่องก่อน และแล้ว
พนักงานเสริฟ : 1@#^^*3%^%%%3!!!
เอ่อ ฟังไม่ออกอ่ะ แง้ ๆ ไม่รู้จะตอบอะไรดีเอาเป็นว่า Anything ล่ะกัน เฮ้อ เศร้า
แต่พนักงานยังไม่สิ้นความพยายามยังตอบกลับมาว่า : #@$#$^%$^%$^%^%$&*&@@@@
โอ้วแม่เจ้าฟังไม่ออก แง๊ ๆ ๆ สุดท้ายพี่คนข้าง ๆ เห็นใจถามเราว่าหนูจะเอาข้าวผัดไก่หรือข้าวไข่ตุ๋นดีค่ะ
ขอบคุณที่ช่วยแปลให้นะครับ ซึ้ง.....ง....ง
ไม่เป็นไรผ่านไปด้วยดี ลงจากเครื่อง เราด้วยความที่เดินทาง(ในไทย)บ่อย ปกติใช้กฎตามคนหมู่มากมาโดยตลอดก็ใช้งานได้ดี ไม่ค่อยเจอข้อผิดพลาด คราวนี้เอาบ้างเฟ้ย คนหมู่มากไปไหนเดินตามไปด้วย มันต้องออกประตูไปญี่ปุ่นได้แหละ 5 5 5
ปรากฎว่า เครื่องนี้คนหมู่มากเค้าใช้ญี่ปุ่นเป็นประเทศแวะเปลี่ยนเครื่องไปอเมริกากันครับ กระผมเลยได้ไปต่อคิวรอตรวจค้นวัตถุระเบิดก่อนขึ้นเครื่องกับเขาเลย โชคดีที่ได้กลิ่นแปลก ๆ เสียก่อนว่า "เราจะเข้าประเทศเค้าจะตรวจระเบิดอีกทำไม" เลยถามคนข้าง ๆ เป็นภาษาอังกฤษได้ความว่า ช่วยเลิกโง่ด่วนก่อนจะได้ไปอเมริกาอย่างผิดกฎหมาย
ผมวิ่งออกจากแถวไปเจอตม.ญี่ปุ่นก็อุ่นใจว่า มาถูกทางและ เย้ ๆ แต่เดี๋ยวก่อน ก่อนออกไปประเทศญี่ปุ่นเค้าก็ตรวจเอกสาร สอบถามและพิมพ์ลายนิ้วมือนิดหน่อย เจ๊แกหน้าดุมาก แล้วเค้าถามว่าที่อยู่ที่คุณกรอกมาเนี่ยเป็นของใคร (ถามเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงญี่ปุ่นฟังยากโคตร ๆ) เอ้าซวยแล้วไง รู้ว่าเป็นบ้านพี่สุเมธแต่จำนามสกุลแกไม่ได้ พยายามจะอธิบายความสัมพันธ์ ผลก็คือโดนกักตัวไปอยู่ในโซนผู้ต้องสงสัย โอ้วจอร์จ อะไรกันนักหนา
คราวนี้ยาวเลยครับถามกันไปถามกันมาตั้งแต่คำถามเดิม ๆ
คุณมาทำอะไรที่ญี่ปุ่น -> มาเที่ยวสิเห็น Visa ไหม ไม่ได้ซื้อมาแถวแยกเกษตรฯ นะเฟ้ย
คุณทำอาชีพอะไร -> นักเรียนครับ (คราวนี้ผมขอ Visa มาในฐานะนักเรียนครับ)
บลา ๆ ๆ ๆ อีกมากมายฟังคำถามภาษาอังกฤษสำเนียงญี่ปุ่นอย่างสนุกสนาน ประมาณ 10 นาทีเขาก็ยอมปล่อยผมออกมา
เย้ Yokoso Japan! แน่นอนไม่ได้คิดจะมาขายตัวอยู่แล้วที่นี้ หน้าตาออกจะดูดีถูกกฎหมายขนาดนี้ จะไม่ให้ผ่านได้ไง มีตังนะ ชิ
แม้ว่าอุปสรรคจะมากมาย สุดท้ายผมก็เข้าประเทศญี่ปุ่นจนได้เย้
แล้วทริปนี้มีอะไรสนุก ๆ จะมาเล่าให้ฟังอีกนะครับ
พรุ่งนี้จะไปดูภูเขาไฟฟูจิ ฝันดีครับทุก ๆ คน