หลังจากเครื่องบินจอด (มีคนบอกผมว่าควรใช้คำว่าเครื่องบินลงมากกว่า) และผมก็รวบรวมสมาชิกขาเที่ยวได้อีกสองคนรวมเป็นสามคน ผมก็เริ่มเที่ยวญี่ปุ่นเรื่อย ๆ ครับ เริ่มที่เกียวโต จากนั้นไปดูปราสาทฮิเมจิ แล้วก็เลยไปถึงเมืองฮิโรชิมา ผมและสมาชิกมาถึงฮิโรชิมาตอนเกือบ ๆ 5 ทุ่ม เดินไปที่พักที่ K's house ที่จองไว้ปรากฎว่า จองผิดครับ ผมไปเดือนมีนาคม แต่ดันจองไว้เดือนเมษายน งานเข้าล่ะครับคราวนี้ เจ้าหน้าที่ K's house แจ้งว่าตอนนี้ที่พักเต็มหมดแล้วโรงแรมที่อื่นก็เต็มเช่นกัน ให้ลองไปหาที่พักแบบ ลาวุ ๆ โฮเต็ล (หรือที่คนไทยรู้จักในนามโรงแรมม่านรูด) แทน
ผมไม่ได้รังเกียจโรงแรมม่านรูดอะไร เพราะไม่ได้คิดจะไปทำอะไรแปลก ๆ และคงไม่มีใครรู้จักผมที่ญี่ปุ่นอยู่แล้ว ผมกับสมาชิกรวม 3 คนก็เลยค่อย ๆ เดินหาลาวุ ๆ โฮเต็ลกัน ขณะนั้นเวลาประมาณเที่ยงคืนครึ่งแล้ว ปัญหาก็คือมากันสามคนลาวุ ๆ โฮเต็ลไม่ให้พักสามคนในห้องเดียวครับ คนญี่ปุ่นเค้าแป๊ะ ๆ มาก ๆ ไม่มีการหยวน ๆ เหมือนคนไทยครับ ครั้นจะเปิดสองห้องมันก็ราคาแพงเกินไป เดินหาลาวุ ๆ โฮเต็ลอยู่นานจนเวลาล่วงเลยมาตีหนึ่งกว่า ๆ อากาศก็หนาวได้อีก เดือนกันอยู่ริมถนนสามคนอย่างโดดเดี่ยว เดียวดาย และหนาวมาก
และแล้ว เพื่อนผมก็คิดขึ้นได้ว่า "ทำไมเราไม่ไปพักตามร้านอินเตอร์เน๊ตล่ะ"
เออนั่นสิ พี่สุเมธเคยบอกผมว่าถ้าตกรถไฟ ให้ไปพักตามร้านอินเตอร์เน๊ต หรือ ร้านคาราโอเกะ ผมกับสมาชิกจึงเดินมาที่สถานทีรถไฟฮิโรชิมา แล้วก็พบกับร้านนี้ครับ
ร้าน aprecio ภายในร้านแบ่งเป็นหลาย ๆ ส่วนครับ มีทั้งแบบโต๊ะคอมตั้งให้เล่นเน๊ตเฉย ๆ หรือว่าห้องส่วนตัวเล็ก ๆ แบบมีแผงกั้น ขนาดอยู่ได้ 1 - 2 คน หรือว่าจะเป็นห้องใหญ่ ๆ แบบครอบครัวขนาดอยู่ได้ 3 - 6 คนก็มี

แบบที่นั่งคนเดียว

ห้องพักคู่

ห้องคาราโอเกะ
ผมเลือกห้องพักแบบครอบครัว 3 - 6 คนครับ (ไม่มีรูปลืมถ่ายมา) ภายในห้องมีคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่อง ทีวีจอใหญ่ 1 จอ เครื่องเล่น DVD แล้วก็มีที่นั่งคล้าย ๆ โซฟา 3 ที่นั่งให้ผมและเพื่อน ๆ ได้นอนยืดแขนยืดขาบนโซฟาได้ ดีจริง ๆ
ภายในร้านมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าด้วยอาทิเช่น

มุมเครื่องดื่ม กดได้ไม่อั้น มี Softcream ด้วย

มุมนิตยสาร (แน่นอนว่ามีแต่ภาษาญี่ปุ่น)

มุมการ์ตูน (อันนี้น้องผมที่ไปด้วยกันชอบมากเป็นพิเศษ)

มุมบันเทิง เป็นพวกสนุ๊กเกอร์กับพวกตู้เกมต่าง ๆ

แน่นอนต้องมีห้องน้ำ (มีห้องอาบน้ำด้วยแต่มีแค่สองห้อง ช และ ญ อย่างละหนึ่งห้อง ทำให้ทางร้านจำกัดเวลาอาบน้ำของลูกค้าท่านละไม่เกิน 30 นาที)
ราคาค่าพักที่ผมไปพักมาประมาณ 2,000 เยน/คน/9ชม. ถือว่าถูกกว่าพักโรงแรม หรือ Guest House นะครับ
ถ้าสมาชิกที่ไปเที่ยวด้วยกันไม่เรื่องมาก ผมว่าการพักตามอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ก็เป็นตัวเลือกที่ดีตัวเลือกนึงสำหรับนักเดินทางจน ๆ อย่างผมครับ มี internet ให้เล่น มีการ์ตูนและนิตยสารให้อ่าน และมีหนังให้เลือกดูครับ
พักกันตายไปได้อีกสองคืนครับ
ปล. พนักงานที่นี่ส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ (จริง ๆ คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็พูดอังกฤษไม่ได้) ผมต้องใช้ภาษามือมากเป็นพิเศษ สนุกสนานดีครับ
เมพขิงๆ ช่างกล้าหาญ ยิ่งนัก ตอนนั้นตกรถกลับโตเกียว ยังคิดไม่ออกเลยว่าจะทำไงดี ที่พักก็ไม่มีแล้ว ได้แต่บึ่งไปบ้านอู๋อย่างรวดเร็ว ดีที่รถไฟยังไม่หมด ทันรอบสุด้ทายพอดี
ชอบตรงที่กดซอฟครีมได้ไม่อั้นนั่นแหละคะ ฮ่าๆๆๆ ไหนจะการ์ตูน นิตยสาร คอมพิวเตอร์ ทีวี ฯลฯ สิ่งอำนวยความสะดวกกับราคาค่าพักน่าสนใจอย่างนี้ น่าสนกว่าโรงแรมอีกคะ เพราะจริงๆแล้วโรงแรมของที่ญี่ปุ่นห้องก็เล็กๆแคบๆ น่าเบื่อด้วย บางที่เปิดหน้าต่างก็ไม่ได้ อุดอู้มากๆ แถมค่าพักก็แพง