2009/Apr/20

ขอคั่นรายการ Series ญี่ปุ่นที่ผมค่อย ๆ ทะยอยปล่อยชั่วคราวนะครับ เนื่องจากวันนี้มันเป็นวันอะไรก็ไม่รู้ เซ็งเป็ดมาก ๆ เพราะมีเหตุให้ต้อง รอ รอ และก็ รอ หลากหลายรูปแบบเหลือเกิน

รอคอยครั้งที่ 1

สืบเนื่องจากคืนก่อนผมนอนตกหมอนทำให้เกิดอาการคอเคล็ดครับ ซึ่งปกติแล้วเหตุการณ์นี้ก็เคยเกิดขึ้นกับผมอยู่แบบนาน ๆ ที เดินไปเดินมาวันเดียวก็หาย แต่...

หลังจากหนึ่งวันถัดไป วันนี้ผมตื่นเช้ามาด้วยความคิดว่าเช้านี้อาการคอเคล็ดของผมคงหายดีแล้ว แต่....

มันไม่เป็นเช่นนั้นครับ วันนี้ผมตื่นมาน่าจะประมาณ 6 โมงเช้าได้ (ที่ประมาณเวลานี้เพราะเห็นแสงอาทิตย์ค่อย ๆ ฉาดแสงเข้ามาที่ห้องนอนผม แต่ผมไม่สามารถดูนาฬิกาได้ครับ) จริง ๆ ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ 8.30 แต่มันปวดมาก ๆ ปวดมากกว่าเมื่อวานอีก เลยตั้งใจจะลุกขึ้นจากเตียงแต่... พอพยายามจะลุกมันจี๊ดเลยครับ จี๊ดจนทำให้ผมลุกไม่ได้ ปวดคอมาก ๆ พยายามหาหนทางในการลุกแต่ก็ไม่สามารถ ได้แต่นอนนิ่ง ๆ อยู่อย่างนั้นจนประมาณ 7 โมง คุณแม่ของผมผู้น่ารักมากมาย ก็มาโปรด เห็นลูกชายตัวเองเป็นอัมพาตไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้ คุณแม่จึงค่อย ๆ ประคองให้ผมลุกขึ้นจนนั่งได้ครับ 

โอ้ว คุณแม่ เป็นพระเอกของผมในวันนี้เลย กราบขอบพระคุณงาม ๆ สามร้อยครั้ง

รอคอยครั้งที่ 2

หลังจากพอทรงตัวได้ จริง ๆ ยังเจ็บอยู่แต่หน้าที่ยังคงเรียกร้อง วันนี้ผมต้องเข้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่เคยขับรถจากศาลายาไปสักครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งแรก โดยเลือกเส้นทาง บรมราชชนนี -> ราชพฤกษ์ -> สะพานตากสิน -> สาธร -> สีลม -> พระราม 4 -> จุฬาฯ 

ออกจากบ้านประมาณ 8 โมงเช้า แรก ๆ รถก็โล่งดีแต่พอเข้าปลาย ๆ ถ.ราชพฤกษ์ ช่วงใกล้ ๆ สะพานตากสินเท่านั้นแหละ โอ้วแม่เจ้า นี่มันถนนหรือว่าลานจอดรถครับท่าน ระยะทางก่อนขึ้นสะพานช่วงสั้น ๆ ประมาณ 1 กิโลเมตร สามารถใช้เวลาในการผ่านพ้นทั้งสิน 1 ชั่วโมงครึ่งเห็นจะได้ จะติดไปไหน ติดให้ได้โล่หรือไง ให้ตายเถอะ!!!

ปล. ระหว่างจอดรถอยู่บนถนนราชพฤกษ์ช่วงก่อนขึ้นสะพานตากสิน เห็นป้ายจราจรเขียนว่า "ขับรถให้ถึงที่หมายก่อนเวลา 6.30 น. ขับง่าย ถึงที่หมายเร็ว" เฮ้อ กรูต้องออกจากบ้านก่อน 6.30 น.ช่ายไหม

ปล.2 ขับรถวันนี้ยากมาก ๆ จะมองกระจกรถซ้าย ขวา ต้องเีอียงไปทั้งตัว ไม่งั้นเจ็บคออีก เวลาถอยรถเข้าซองก็ลำบากเพราะเอี้ยวตัวไปมองด้านหลังไม่ได้ ต้องใช้กระจกมองหลัง กับ กระจกมองข้างเอา เฮ้อ แสนลำบาก

รอคอยครั้งที่ 3

หลังจากเสร็จสิ้นภาระกิจที่จุฬาฯ ก็ขับรถกลับเข้ามาทำงานที่ม.เกษตรฯ เลยได้โอกาสแวะหาหมอที่สถานพยาบาล เดินเข้าสถานพยาบาลไปตอน 11 โมง แต่นั่งรอวัดไข้ รอวัดความดัน รอวัดน้ำหนัก วัดนู้น วัดนี่ จนกรูจะได้เข้าวัดและ เพราะรอนานจัด กว่าจะเสร็จกระบวนการจนได้ยาฟรีมาเนี่ยเที่ยงตรงพอดี คนก็ไม่ได้เยอะ แต่ทำไมช้าจัง นี่เป็นสถานพยายาบาลม.ก. หรือว่าโรงพยาบาลศิริราชเนี่ย ถึงได้นานขนาดนี้ เซ็ง ปวดคอ รู้บ้างไหม

รอคอยครั้งที่ 4

อันนี้จี๊ดที่สุด หลังจากกินข้าวกลางวัน ผมก็ต้องมาเคลียร์งานกับทางบัณฑิตวิทยาลัยของม.ก. เดินเข้าไปตอนบ่ายโมง กดบัตรคิวขึ้นมาดูแทบช๊อก คิวรอทั้งสิ้น 71 คิว โอ้วแม่เจ้าย้ำ 71 คิว พรุ่งนี้จะถึงคิวกรูไหม ไอ้บ้า บ้าไปแล้ว ไปธนาคารช่วงต้นเดือนโดนไป 20 คิวว่าเยอะแล้ว ไอ้นี้คุณเล่นไป 71 คิว

10 วันที่หยุดสงกรานต์กันไปสามารถส่งผลให้งานดองกันจนเป็น 71 คิวได้ สุด ๆ จริง ๆ

คุณคิดว่าผมจะรอไปไหม 

รอสิครับ ยังไงก็ต้องรอ กดบัตรคิวไปตอน 13.08 น. กว่าจะถึงคิวผมก็ 14.52 น. รวมเวลาการรอคอยทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง 44 นาที สุด ๆ จริง ๆ 

สรุปวันนี้ผมใช้เวลาทั้งหมด 5 ชั่วโมง 14 นาทีไปกับการ รอ รอ รอ และก็รอ 

ขอบคุณนะ สวัสดี (งอน)

ปล. อยากรู้ว่าเวลาคอเคล็ดกันเนี่ย มันต้องรักษากันยังไงหรอ ต้องหาหมอนวดแบบคลายเส้นหรือเปล่า ใครรู้ช่วยบอกทีนะครับ

Comment

Comment:

Tweet


1. อย่าพยายามเคลื่อนไหวคอและให้อยู่นิ่งๆ โดยการนอนราบชั่วคราว เพื่อให้กล้ามเนื้อคอได้พัก

2. ประคบร้อน ด้วยกระเป๋าน้ำร้อนหรือผ้าชุบน้ำอุ่นบริเวณกล้ามเนื้อต้นคอที่เจ็บประมาณ 20-30 นาที และกดนวดบริเวณคอเพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว อาการจะค่อยๆ ดีขึ้น

3. ดัดยืดคอด้วยตนเอง โดยใช้มือช่วยดันศีรษะไปในทิศทางที่เกิดอาการตึงช้าๆ จนรู้สึกตึงเล็กน้อยแต่ไม่เจ็บ ดันค้างไว้ประมาณ 10-15 วินาที แล้วทำซ้ำ 5-10 ครั้ง จนเริ่มรู้สึกทุเลาลง

4. นวดเบาๆ โดยใช้มือบีบลงบนแนวของกล้ามเนื้อที่รู้สึกปวดเมื่อย ให้แรงบีบพอประมาณที่ทำให้รู้สึกแน่นตึงและไม่เจ็บ บีบและคลายเป็นจังหวะ การประคบร้อนก่อนการนวดจะช่วยให้นวดได้ง่ายขึ้น และผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้เร็วขึ้น

ข้อ ควรระวัง ไม่ควรกดบีบหรือยืดกล้ามเนื้อจนรู้สึกเจ็บ เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อเกร็งตัวมากขึ้น และไม่ควรให้ผู้อื่นดัดคอหรือจับเส้นเด็ดขาด เพราะจะทำให้อักเสบและเรื้อรังได้ ถ้ายังไม่หายค่อยๆ ฝึกออกกำลังกล้ามเนื้อหรือปรึกษานักกายภาพบำบัด

ปกติอาการปวดคอมักจะหายภายใน 1-2 วัน ถ้าอาการรุนแรงขึ้นหรือยังไม่หายสนิท ให้รีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและรักษาให้ถูกต้องค่ะ

3. ดัดยืดคอด้วยตนเอง โดยใช้มือช่วยดันศีรษะไปในทิศทางที่เกิดอาการตึงช้าๆ จนรู้สึกตึงเล็กน้อยแต่ไม่เจ็บ ดันค้างไว้ประมาณ 10-15 วินาที แล้วทำซ้ำ 5-10 ครั้ง จนเริ่มรู้สึกทุเลาลง

4. นวดเบาๆ โดยใช้มือบีบลงบนแนวของกล้ามเนื้อที่รู้สึกปวดเมื่อย ให้แรงบีบพอประมาณที่ทำให้รู้สึกแน่นตึงและไม่เจ็บ บีบและคลายเป็นจังหวะ การประคบร้อนก่อนการนวดจะช่วยให้นวดได้ง่ายขึ้น และผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้เร็วขึ้น

ข้อ ควรระวัง ไม่ควรกดบีบหรือยืดกล้ามเนื้อจนรู้สึกเจ็บ เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อเกร็งตัวมากขึ้น และไม่ควรให้ผู้อื่นดัดคอหรือจับเส้นเด็ดขาด เพราะจะทำให้อักเสบและเรื้อรังได้ ถ้ายังไม่หายค่อยๆ ฝึกออกกำลังกล้ามเนื้อหรือปรึกษานักกายภาพบำบัด

ปกติอาการปวดคอมักจะหายภายใน 1-2 วัน ถ้าอาการรุนแรงขึ้นหรือยังไม่หายสนิท ให้รีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและรักษาให้ถูกต้องคับ
#6 by ดีน (117.47.213.14) At 2009-04-29 20:12,
ไอ้หมีมันจะช่วยทุบให้หายหรือว่าทุบให้เป็นหนักขึ้นอ่ะครับsad smile
#5 by mckazine At 2009-04-21 12:26,
ประคบร้อน ช่วยได้ เพราะว่า มันเกิดจากการเกร๊งของกล้ามเนื้อ ความร้อนจะทำให้กล้ามเนื้อคล้านตัว และเลือดลมไหลเวียนสะดวก

ประคบซัก 20 นาทีได้หละมั่ง
#4 by หมูทอดซามะ At 2009-04-21 08:06,
ไปให้หมีช่วยทุบดิ พี่แม็ก confused smile sad smile
#3 by s23697 At 2009-04-21 04:06,
เฮ อย่างน้อยก็เสร็จล่ะปืนฉีดน้ำ

เอ้าสาดน้ำคลายร้อนขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ
#2 by undenty At 2009-04-21 00:37,
บอกไอ้หมีดูสิครับ เพื่อมันจะช่วยทำให้หายเคล็ด open-mounthed smile
#1 by Akara_gat At 2009-04-21 00:14,